ไม่เคยรู้สึกว่า ตัวเองเหนื่อยขนาดนี้มาก่อน
posted on 09 Mar 2008 15:03 by yunasung in ETCช่วงนี้ ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมถึงได้เหนื่อยขนาดนี้ วันนี้เพิ่งจะรู้ว่า เพราะมองผ่านหน้ากระจกแล้วดูเหมือนตัวเองจะซูบลงไปกว่าเดิม แทนที่จะอ้วนขึ้นเพราะกินกับนอน
ตั้งแต่เดือนที่แล้วที่แม่ไม่ค่อยสบาย จู่ๆก็เกิดเป็นลมกลางโรงเรียนขึ้นมา เพื่อนครูที่โรงเรียนต่างช่วยพาส่งโรงพยาบาล ตอนแรกก็นึกว่าจะหายดี แต่หลังจากนั้น 2-3 วัน เริ่มมีอาการไม่ค่อยดี คุณแม่บอกว่าจะไปโรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อเช็คร่างกาย แต่แล้วจู่ๆก็ดันไปเป็นลมที่กลางโรงพยาบาล จนเราแทบจะวิ่งโร่นั่งรถตามไปไม่ทัน (ดันบอกว่าไปเองคนเดียวได้ โธ่~)
มาวันนี้ อาการนั้น ก็ดันกลับมาเป็นอีกครั้ง เมื่อคืนเราเองก็นอนไม่ค่อยหลับ หลับจริงๆเอาก็ตอนตี 3 ไปแล้ว ตอนเช้า แม่บอกตะโกนเรียกเราให้ไปช่วยแล้ว แต่ไม่ตื่น พี่ก็ไม่อยู่ เพราะต้องไปตั้งกล่องรับเลือกตั้งอีก กลายเป็นว่าทุกอย่างพอมีอะไรเกิดขึ้น ก็ตกมาที่เราแทบทั้งหมด ตื่นขึ้นมาหน้าไม่ทันล้างต้องรีบไปนวดไหล่ให้ แล้วรีบเดินไปซื้อข้าว ซาลาเปา ของกินช่วงเช้า ตาผมนี่เดินปิดไปแทบจะตลอดเส้นทางเดินไปซื้อข้าวเลย ลืมตาแทบไม่ขึ้น
นี่ขนาดงานยังไม่ได้ทำเลยนะเนี่ยะ... (ทำแต่งานจิปาถะช่วยน้านี่แหละ)
อันนี้เรื่องจริง ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่นะ ผมก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่หรอก
ทำไมนะ คนในบ้านผมแทบทุกคน เหมือนจะโดนสาป ไม่เข้าใจเลยจริงๆ คุณแม่ก็ช่างไปขุดคุ้ยเจอสิ่งแปลกๆที่แม่เขาเดาเอาว่า เป็นของไสยศาสตร์ทั้งนั้น ในตอนแรกผมก็คิดว่าเอาเถอะเรื่องงมงาย ถึงไม่ได้เชื่อก็ไม่ได้ลบหลู่อะไร แต่มาถึงตอนนี้เริ่มพอจะเข้าใจเรื่องการที่มีคนชอบมาทำไสยศาสตร์ แกล้งคนในบ้านเรา ไม่เว้นแทบแต่ละเดือน เพียงเพื่อหวังผลให้คนในบ้านอยู่ไม่เป็นสุข แล้วส่วนใหญ่ผลกระทบก็ตกไปอยู่ที่คุณแม่ผมแทบทั้งสิ้น
การสวดมนตร์ไหว้พระทุกวัน การใส่บาตรทุกวันของคุณแม่ ไม่ได้รับผลบุญเลยหรือ ทั้งๆที่ไม่ใช่การทำบุญเพื่อหวังผลเลยซักนิด
ทุกวันนี้ผมยังเชื่อเลยว่า เมื่อตอนเด็กที่ผมโดนคนรู้จักของคุณยาย หลอกให้กินยาอะไรก็ไม่รู้ที่ทำให้กินข้าวได้เยอะ ทำให้อ้วน นั่นเป็นยาต้องสาปที่ทำให้ผมไม่เคยอ้วนขึ้นเลยซักที ทั้งๆที่ตอนผมอายุ 1-2 ขวบ คนในบ้านเขาบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ผมน่ะอ้วนนะเมื่อตอนนั้น....
จบเรื่องไสยศาสตร์ ....
อันที่ผมกล่าวมาทั้งหมด ล้วนแต่เป็นความจริงที่เกิดขึ้นในบ้านผมนะ
ส่วนอันนี้บ่นเกี่ยวกับตัวเอง เพราะเริ่มล้า ทั้งๆที่ไม่ได้ทำงาน ไม่ได้งานทำ แล้วโดนใช้โน้นใช้นี่บ่อยครั้ง ทำไมอะไรๆ ก็มาลงที่เราหมดก็ไม่รู้ ทุกเรื่อง แล้วทุกเรื่องที่เราทำ ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว แต่ไอ้คนอื่นนี่มองว่าเราทำผิดแทบจะทุกครั้ง ไม่เข้าใจเลยจริงๆ
เอาเรื่องใกล้ตัวละกัน เรื่องซื้อข้าวมื้อเย็น ปกติบ้านผมในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แทบไม่ได้ทำกับข้าวกินอยู่กับบ้าน เพราะไม่มีคนทำ เลยเหลือแค่เราต้องทำหน้าที่วิ่งไปซื้อข้าวแทบจะทุกครั้งไป ไม่เข้าใจว่าไอ้คุณพี่ชายผม มันจะติดใจอะไรนักหนากับหอยทอดเนี่ยะ
แถวบ้านผม ไม่มีร้านขาย ถ้าจะซื้อต้องขับรถจักรยานยนต์ไป แล้วมันไกลแค่นั้น เลยคิดว่าเดินไปดีกว่า (เพราะผมไม่มีใบขับขี่ ขับไปเจอตำรวจดักทาง ก็จบสิครับ) สรุปทุกวันต้องเดินๆๆๆ ไปซื้อข้าวไม่น้อยกว่า 1กม. ทุกวัน ถึงจะบอกว่าออกกำลังกายก็เถอะ วันไหนร้านขายหอยทอดมันดันไม่ขาย เท่ากับเสียเวลาเดินไปเปล่าๆ เหนื่อยแถมยังต้องเดินไปอีกรอบ เพราะต้องไปซื้อของใน 7/11 แทน
ไม่เข้าใจอยู่อย่างคือ ไปทำงานที่อ.เมือง สงขลา แล้วทำไมขากลับมีรถยนต์ขับกลับมาเอง แล้วไม่แวะกินมันซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยเล่า หรือไม่ถ้าไม่หิวก็แวะซื้อกลับมามั่งสิ อย่าอ้างว่าไม่มีเงินหน่อยเลย
ทุกทีแหละ กลับมาถึงบ้านอ้างกับเราประจำ เงินไม่พอ .... แต่พอใช้เราดันยื่นแบงค์ 500 ให้ซะงั้น ดีจริงนะ...
สรุป ไอ้ที่กล่าวๆมาผมเหนื่อยนะ แต่คำว่าเหนื่อยในที่นี้ คือเหนื่อยใจ ครับ เหนื่อยกายไม่ทำให้ร่างกายผมซูบได้ถึงขนาดนี้หรอก แต่เหนื่อยใจมันทำเอาผมเล่นกินไม่ได้นอนไม่หลับกันเลยทีเดียว
จบเรื่องบ่นล่ะ คงไม่มีใครเข้ามาอ่านหรอกมั้ง หวังจะฟันบทสรุป Tales Of Phantasia ตอนที่ 7 กันหมด นานาจิตตัง เอวังด้วยประการฉะนี้.....
edit @ 9 Mar 2008 15:29:48 by YunaSung



ทางผมเองก็เหนื่อยมากๆเหมือนกันแต่เป็นเรื่องการเรียนแทนต่างหาก
จะว่าไปยิ่งโตนี้ยิ่งจะเหนือยจริงๆนะเนี้ย..อยากกลับไปเป็นเด็กจริงๆให้ตายซิ
#1 By マリカシ -Marioak- on 2008-03-12 22:22